Email This Print This 

นายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
และกรรมการผู้จัดการใหญ่

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น

ตลอดระยะเวลา 135 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ พ.ศ.2425 บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจพาณิชยกรรม การผลิตสินค้า และการให้บริการด้วยความเชื่อมั่นในหลักการค้าเสรีและธรรมาภิบาล ประกอบธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม อีกทั้งยังทำธุรกิจอย่างครบวงจรในภูมิภาคเพื่อนำสินค้าและบริการที่มีคุณภาพไปสู่ชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ทำให้ปัจจุบันบีเจซีได้เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศ จุดมุ่งหมายหลักของบีเจซีในระดับภูมิภาค คือ เป็นผู้นำในการดำเนินธุรกิจ โดยสร้างเครือข่ายการผลิต การกระจายสินค้าและบริการให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งบีเจซีพร้อมที่จะเป็นผู้นำในการเชื่อมโยงเครือข่ายให้สัมพันธ์กัน

ในปี พ.ศ.2560 ด้วยความร่วมมือของผู้ถือหุ้น คณะผู้บริหาร และพนักงาน ทำให้องค์กรเติบโตรุดหน้าอย่างต่อเนื่อง หุ้นของบีเจซีผ่านเกณฑ์รายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้คำนวณดัชนี SET50 รวมถึงดำรงสถานะการจัดอันดับการคำนวณดัชนี MSCI ซึ่งเป็นดัชนีที่นักลงทุนสถาบันทั่วโลกนำมาใช้เป็นมาตรฐานสากลในการวัดผลตอบแทนในการลงทุน นอกจากนี้ในปี 2560 บีเจซีมีมูลค่าหลักทรัพย์ทางการตลาดสูงสุดนับตั้งแต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยมูลค่ากว่า 264,000 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ธันวาคม 2560) ถือเป็นหนึ่งใน 20 บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ทางการตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ในปี พ.ศ. 2560 นี้ บีเจซีมีการเติบโตในหลายๆ ด้านอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าดำเนินธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยบีเจซีได้เข้าซื้อกิจการของบริษัท วีนา เปเปอร์ จอยช์ สต็อก คัมปะนี หนึ่งในผู้ผลิตกระดาษทิชชู่ชั้นนำของประเทศเวียดนาม ทำให้ปัจจุบันบีเจซีก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการผลิตกระดาษทิชชู่รายใหญในอินโดไชน่า และบริษัทได้เปิดเตาแก้วใหม่เตาที่ 4 ณ โรงงานไทยมาลายา กลาส จังหวัดสระบุรี และขณะนี้อยู่ในระหว่างการสร้างเตาแก้ว เตาที่ 5 เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตแก้วในประเทศไทย โดยคาดว่าจะเริ่มทำการผลิตได้ในครึ่งปีหลังของปี 2561 หากรวมกำลังการผลิตทั้งหมดบีเจซีจะมีกำลังการผลิตแก้วใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในปี 2561

นอกจากนี้ยังเป็นปีที่บิ๊กซีมีการพัฒนาในหลายๆ ด้านเพื่อตอบสนองความพึงพอใจของลูกค้าให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการขยายสาขามินิ บิ๊กซี 186 สาขา ทำให้ ณ สิ้นปี 2560 มีจำนวนมินิ บิ๊กซี มากถึง 642 สาขา หรือการเปิดตัวแนวคิดร้านค้าขนาดใหม่ใจกลางเมืองภายใต้ชื่อ “3K Model” โดยมีรูปแบบการผสมผสานระหว่างพื้นที่ขายและพื้นที่เช่า รวมถึงมีโรงภาพยนต์ด้วย ทั้งนี้เพื่อตอบสนองพฤติกรรมและการใช้บริการของลูกค้าในปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของการเป็นห้างคนไทย หัวใจคือลูกค้า บริษัทได้ออกโปรแกรมการสะสมคะแนนบิ๊กการ์ดแบบใหม่ ระบบนี้ช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากทุกบาทที่ใช้จ่าย นับตั้งแต่การออกโปรแกรมการสะสมคะแนนบิ๊กการ์ดใหม่ ส่งผลให้มีจำนวนสมาชิกบิ๊กการ์ดเพิ่มขึ้นประมาณ 2 ล้านคน ทำให้ ณ สิ้นปี 2560 มีจำนวนสมาชิกบิ๊กการ์ดทั้งหมดกว่า 12 ล้านใบ ซึ่งทั้งหมดนี้คือความตั้งใจในการพัฒนาให้บิ๊กซีเป็นห้างค้าปลีกชั้นนำที่สอดคล้องต่อการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ นอกจากนี้บิ๊กซียังเป็นองค์กรที่มีมูลค่าแบรนด์สูงสุดในหมวดธุรกิจพาณิชย์ ด้วยมูลค่าแบรนด์กว่า 120,000 ล้านบาท จัดอันดับโดยคณะพาณิชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บีเจซีเปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุยืนยาว มั่นคง แข็งแกร่ง พร้อมที่จะเป็นร่มเงา ให้การสนับสนุน แบ่งปัน และช่วยเหลือสังคมไทย ด้วยระยะเวลากว่า 135 ปี ที่ผ่านมา เราเรียนรู้และสะสมประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจจนเติบโตกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่หยั่งรากลึกสร้างความแข็งแกร่ง สามารถแผ่กิ่งก้านสาขาอันอุดมสมบูรณ์ ที่หล่อเลี้ยงด้วยค่านิยม และวัฒนธรรมองค์กรที่ทรงคุณค่าและเป็นหลักปฏิบัติเพื่อการดำเนินธุรกิจ และการตอบแทนคืนแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนเสมอมา

ผมในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ใคร่ขอขอบพระคุณผู้ถือหุ้น คู่ค้า นักลงทุน พันธมิตรทางธุรกิจ ลูกค้าและพนักงานทุกท่านที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินงานของกลุ่มบีเจซี ด้วยดีเสมอมา เราพร้อมที่จะเดินหน้าก้าวเข้าสู่ปีที่ 136 อย่างมั่นคง เพื่อนำพากลุ่มบีเจซี ไปสู่ตลาดโลก และมอบผลตอบแทนที่คุ้มค่าแก่ทุกท่านอย่างเต็มกำลังความสามารถบนพื้นฐานการดำเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสและเป็นองค์กรที่ดีแก่ประเทศชาติต่อไป